ข่าวประชาสัมพันธ์
ประชุมตรวจสอบเสาสัญญาณอินเทอร์เน็ตตามแนวชายแดน จังหวัดตาก
policeuseradmin ข่าวประชาสัมพันธ์, งานป้องกันปราบปราม พย68
พระราชประวัติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง หน่วยราชการในพระองค์ ขอเผยแพร่พระราชประวัติ เพื่อน้อมถวายความอาลัย ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
policeuseradmin ข่าวประชาสัมพันธ์ ตค68
พระราชประวัติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระบรมราชินีนาถใน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นพระธิดาองค์ใหญ่ของพลเอก พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ กับหม่อมหลวงบัว กิติยากร สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามว่า “สิริกิติ์” ซึ่งมีความหมายว่า “ผู้เป็นศรี แห่งกิติยากร” ทรงพระราชสมภพเมื่อวันศุกร์ที่ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๗๕ ที่บ้านพลเอก เจ้าพระยาวงศานุประพัทธ์ (หม่อมราชวงศ์สท้าน สนิทวงศ์) ผู้เป็นบิดาของหม่อมหลวงบัว ณ บ้านเลขที่ ๑๘๐๘ ถนนพระรามหก ตำบลวังใหม่ อำเภอปทุมวัน จังหวัดพระนคร ขณะนั้นเป็นระยะที่ประเทศเพิ่งเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตย ก่อนหน้านั้นพระบิดาของพระองค์ทรงดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก มียศเป็นพันเอก หม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร
หลังจากเปลี่ยนแปลงการปกครองในวันที่ ๒๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๗๕ หม่อมเจ้านักขัตรมงคลทรงออกจากราชการทหาร โดยรัฐบาลแต่งตั้งให้ไปรับราชการในตำแหน่งเลขานุการเอก ประจำสถานทูตสยาม ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอมริกา ส่วนหม่อมหลวงบัวซึ่งมีครรภ์แก่คงพำนักอยู่ในประเทศไทย จนให้กำเนิดหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์แล้วจึงเดินทางไปสมทบ มอบหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ให้อยู่ในความดูแลของเจ้าพระยาวงศานุประพัทธ์ และท้าววนิดาพิจาริณี ผู้เป็นบิดาและมารดาของหม่อมหลวงบัว
หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ต้องอยู่ห่างไกลบิดามารดาตั้งแต่อายุยังน้อย บางคราวต้องระหกระเหินไปต่างจังหวัดตามเหตุการณ์ผันผวนทางการเมือง เช่น ในพุทธศักราช ๒๔๗๖ หม่อมเจ้าอัปษรสมาน กิติยากร พระมารดาของหม่อมเจ้านักขัตรมงคล ได้ทรงรับนัดดาตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวไปสงขลาด้วย
ปลายพุทธศักราช ๒๔๗๗ หม่อมเจ้านักขัตรมงคลทรงลาออกจากราชการกลับประเทศไทยพร้อมครอบครัว อันมีหม่อมหลวงบัว หม่อมราชวงศ์กัลยาณกิติ์ บุตรคนโต และหม่อมราชวงศ์ บุษบา บุตรีคนเล็กผู้เกิดที่สหรัฐอเมริกา แล้วมารับหม่อมราชวงศ์อดุลกิติ์ บุตรคนรอง กับ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์จาก หม่อมเจ้าอัปษรสมาน กลับมาอยู่รวมกันที่ตำหนักซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนกรุงเกษม ปากคลองผดุงกรุงเกษม ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เริ่มเรียนชั้นอนุบาลที่โรงเรียนราชินี ปากคลองตลาด ในพุทธศักราช ๒๔๗๙ แต่เมื่อสงครามมหาเอเชียบูรพาลุกลามมาถึงประเทศไทย จังหวัดพระนครถูกโจมตีทางอากาศบ่อยครั้งทำให้การเดินทางไม่สะดวกและไม่ปลอดภัย ในพุทธศักราช ๒๔๘๓ จึงย้ายไปเรียนชั้นประถมและมัธยมที่โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ ถนนสามเสน เพราะอยู่ใกล้บ้านในระยะที่พอจะเดินไปโรงเรียนเองได้ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เริ่มเรียนเปียโนที่โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ และในเวลาต่อมาได้ตั้งใจที่จะเป็นนักเปียโนผู้มีชื่อเสียง
หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ได้เผชิญสภาพของสงครามโลกมาเช่นเดียวกับคนไทยทั้งหลาย หม่อมเจ้านักขัตรมงคลผู้ทรงเป็นทหารเป็นผู้ปลูกฝังให้บุตรและบุตรีรู้จักความมีวินัย ความอดทน ความกล้าหาญ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และความเสียสละ โดยอาศัยสถานการณ์สงครามเป็นตัวอย่าง และสงครามโลกก็ทำให้คนไทยทั้งปวงต้องหันหน้าเข้าช่วยเหลือกันในยามทุกข์ยาก สิ่งเหล่านี้จึงหล่อหลอมหม่อมราชวงศสิริกิติ์ให้มีความเมตตาต่อผู้อื่นและรักความมีระเบียบแบบแผนมาตั้งแต่เยาว์วัย
หลังจากสงครามสงบแล้ว นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น คือนายควง อภัยวงศ์ ได้แต่งตั้งให้หม่อมเจ้านักขัตรมงคลเป็นอัครราชทูตประจำประเทศอังกฤษ หม่อมเจ้านักขัตรมงคลจึงทรงพาครอบครัวทั้งหมดไปด้วยในกลางพุทธศักราช ๒๔๘๙ ขณะนั้นหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เรียนจบชั้นมัธยมปีที่ ๓ ของโรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์แล้ว
ระหว่างที่อยู่ในประเทศอังกฤษ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เรียนเปียโน ภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศสกับครูพิเศษ แต่อยู่ที่อังกฤษได้ไม่นาน พุทธศักราช ๒๔๙๐ หม่อมเจ้านักขัตรมงคลก็ทรงย้ายไปเป็นอัครราชทูตประจำประเทศฝรั่งเศสและเดนมาร์ก ก่อนจะกลับมาเป็นเอกอัครราชทูตประจำประเทศอังกฤษอีกครั้งหนึ่ง ระหว่างนี้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ยังคงตั้งใจเรียนเปียโนอย่างขะมักเขม้นเพื่อเตรียมสอบเข้าวิทยาลัยการดนตรีที่มีชื่อเสียงของกรุงปารีส
พุทธศักราช ๒๔๙๑ ขณะที่หม่อมเจ้านักขัตรมงคลและครอบครัวอยู่ในปารีส ได้รับเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งโปรดเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรโรงงานทำรถยนต์ในกรุงปารีสอยู่เสมอ จนเป็นที่คุ้นเคยและต้องพระราชอัธยาศัย ฉะนั้นเมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประสบอุปัทวเหตุทางรถยนต์ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ต้องประทับรักษาพระองค์ในสถานพยาบาล จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หม่อมหลวงบัวพาบุตรี ทั้งสองคือหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์และหม่อมราชวงศ์บุษบาเข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทเยี่ยมพระอาการเป็นประจำ จนพระอาการประชวรทุเลาลงและเสด็จกลับพระตำหนักได้
สมเด็จพระราชชนนีได้รับสั่งขอให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์อยู่ศึกษาต่อที่เมืองโลซานน์ในโรงเรียนประจำชื่อโรงเรียน Riante Rive ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงในการสอนวิชาพิเศษแก่กุลสตรี คือ ภาษา ศิลปะ ดนตรี ประวัติวรรณคดี และประวัติศาสตร์
ต่อมาอีก ๑ ปี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หม่อมเจ้านักขัตรมงคลและครอบครัวมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วสมเด็จพระราชชนนีรับสั่งขอหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ต่อหม่อมเจ้านักขัตรมงคลและทรงประกอบพิธีหมั้นเป็นการภายใน ในวันที่ ๑๙ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๙๒ ทรงใช้พระธำมรงค์ที่สมเด็จพระราชบิดาทรงหมั้นสมเด็จพระราชชนนีเป็นพระธำมรงค์หมั้น แล้วโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ศึกษาต่อไปจนถึงกำหนดตามเสด็จกลับมาถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ในเดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๔๙๓
วันที่ ๒๘ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๙๓ มีพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ณ วังสระปทุม สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงเป็นประธานพระราชทานน้ำพระพุทธมนต์และ เทพมนตร์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ได้ทรงจดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย และในวันนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงสถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เป็นสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์
วันที่ ๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๙๓ เป็นวันพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับเฉลิมพระบรมนามาภิไธยว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” และทรงเฉลิมพระยศ สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ เป็นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี
วันที่ ๕ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๙๓ ทั้งสองพระองค์เสด็จกลับประเทศสวิตเซอร์แลนด์เพราะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กราบบังคมทูลแนะนำให้ทรงพักรักษาพระองค์อีกระยะหนึ่ง พุทธศักราช 2494 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี มีพระประสูติกาลสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญาฯ ณ เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อเจริญพระชันษาได้ ๗ เดือน ทั้งสามพระองค์จึงเสด็จนิวัติประเทศไทย ประทับ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณฯ ซึ่งปัจจุบันคือ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศร ราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดาฯ ซึ่งปัจจุบันเฉลิมพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดาฯ ปัจจุบันเฉลิมพระอิสริยยศ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิริธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ ซึ่งปัจจุบันเฉลิมพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ได้ประสูติต่อมาตามลำดับ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน รวมพระราชโอรสและพระราชธิดา ๔ พระองค์
ปลายพุทธศักราช ๒๔๙๘ สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ผู้ทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทยเสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงแต่งตั้งสมเด็จพระบรมราชินีให้ทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาแทน เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๙๙ และในปีเดียวกันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกทรงพระผนวชตามโบราณราชประเพณี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งสมเด็จพระบรมราชินีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ภายหลังเมื่อทรงลาผนวชแล้ว ได้ทรงสถาปนาพระราชอิสริยยศสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ อันมีความหมายว่าทรงเป็นที่พึ่งของประชาชน นับเป็นสมเด็จพระบรมราชินีนาถพระองค์ที่สองของไทยต่อจากสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ซึ่งทรงปฏิบัติราชการแทนพระองค์เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเยือนยุโรป
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณีกิจน้อยใหญ่ทั้งในฐานะที่ทรงเป็นสมเด็จพระบรมราชินีของไทย และในฐานะคู่พระราชหฤทัยแห่ง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กล่าวคือทรงช่วยแบ่งเบาพระราชภารกิจทั้งหลายไปได้เป็นอันมาก ทั้งยังมีพระราชดำริเริ่มใหม่เพื่อช่วยเหลือประชาชนและพัฒนาประเทศอย่างอเนกอนันต์ ซึ่งโครงการพระราชดำริเหล่านั้นได้ยังประโยชน์มหาศาลแก่ประชาชนสืบมาจนทุกวันนี้
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคต เมื่อวันศุกร์ ที่ ๒๔ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ สิริพระชนมพรรษา ๙๓ พรรษา
www.royaloffice.th/25/10/2025/ประกาศสำนักพระราชวัง-24-10-2568/
วันแห่งความภาคภูมิใจ วันเกษียณอายุราชการ
policeuseradmin ข่าวประชาสัมพันธ์ กย68
วันนี้ 23 กันยายน 2568 ณ ลานหน้า สภ.แม่สอด
สภ.แม่สอด ได้จัดพิธีแสดงมุทิตาจิตแด่ ข้าราชการตำรวจผู้เกษียณอายุราชการ ประจำปี 2568 โดยมี พ.ต.อ.รัง ดาวดึงษ์ ผกก.สภ.แม่สอด พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจในสังกัด เข้าร่วมงานอย่างอบอุ่น
✨ ภายในงาน มีการประกอบพิธีทางศาสนา 🙏 การกล่าวแสดงมุทิตาจิตโดยผู้บังคับบัญชา การมอบของที่ระลึก 🏅 และการรับฟังโอวาทจากผู้เกษียณอายุราชการ เพื่อเป็นแนวทางและแรงบันดาลใจแก่ข้าราชการตำรวจรุ่นหลัง
💐 บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น ความซาบซึ้งใจ และมิตรภาพที่ดีงาม ตลอดเส้นทางการรับราชการ
สภ.แม่สอด ขอร่วมแสดงความขอบคุณและความภาคภูมิใจ ต่อข้าราชการตำรวจทุกท่านที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ ความซื่อสัตย์สุจริต และอุทิศตนเพื่อประชาชนมาโดยตลอด
ทำการตรวจยึดสารประกอบในการผลิตยาเสพติด
policeuseradmin ข่าวประชาสัมพันธ์, งานสอบสวน มีค68
เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2568 เวลา 11:00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรแม่สอดพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศุลกากร แม่สอด เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ และเจ้าหน้าที่ตำรวจตะเวนชานแดน ได้ร่วมเข้าตรวจ ห้างหุ้นส่วนจำกัดแม่สอดทงเฮงฮวดขนส่ง ตำบลแม่ปะ อำเภอมาสอด จังหวัดตาก ได้ร่วมกันเข้าตรวจยึด สารเคมี คาดว่าเป็นกรดไฮโดคลอริก จำนวน 400 ถัง ถังละ 30 ลิตร รวม 1,200 ลิตร ซึ่งสารเคมีดังกล่าวอาจใช้เป็นสารประกอบในการผลิตยาเสพติด จึงได้ร่วมกันทำการตรวจยึดไว้เพื่อตรวจสอบและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
เหตุเพลิงไหม้ พื้นที่เก็บของกลาง (รถยนต์) ของด่านศุลกากรแม่สอด จังหวัดตาก
policeuseradmin ข่าวประชาสัมพันธ์, งานสอบสวน มีค68
เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2568 เวลาประมาณ 19:30 น. ร้อยตำรวจเอกปภาสุต บวรพลภัทร พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรแม่สอด ได้รับแจ้งว่ามีเหตุเพลิงไหม้ พื้นที่เก็บของกลาง (รถยนต์) ของด่านศุลกากรแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งอยู่โครงการก่อสร้าง ด่านศุลกากรแม่สอด แห่งที่ 2 บ้านวังตะเคียน หมู่ที่ 7 ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ จากการตรวจสอบพบว่า ที่เกิดเหตุเป็นที่เก็บของกลาง (รถยนต์) ของด่านศุลกากรแม่สอด โดยเพลิงกำลังลุกไหม้รถยนต์ ของกลางหลายสิบคัน มีรถดับเพลิงจากงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลตำบลแม่สอด , เทศบาลตำบลแม่ตาว , เทศบาลตำบลท่าสายลวด , องค์การบริหารส่วนตำบลท่าสายลวด ฯลฯ. รวมไปถึงการท่าอากาศยานแม่สอด และบจก.ห้าแยกกรุ๊ป จำกัด กำลังช่วยกันฉีดน้ำดับเพลิงอยู่ กระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 22:00 น. ของวันเดียวกันเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้
ต่อมาวันที่ 19 มีนาคม 2568 เจ้าหน้าที่ พฐ.จังหวัดตาก ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าตรวจที่เกิดเหตุ จากการตรวจที่เกิดเหตุ และสืบสวนสอบสวนทราบว่ารถยนต์ของกลางที่เก็บรักษา ณ สถานที่เกิดเหตุ มีทั้งหมด 820 คัน เป็นรถยนต์นำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อผ่านแดนไปยังประเทศพม่า แต่ปรากฏว่าผู้มีรายชื่อขอผ่านแดน ไม่ดำเนินการตามพิธีการทางศุลกากรภายใน 30 วัน รถยนต์ของกลางดังกล่าว จึงตกเป็นของกลาง และตกเป็นของแผ่นดินตามกฎหมายศุลกากร ตั้งแต่ปี พ.ศ.2560 เป็นต้นมา
ที่ผ่านมา ด่านศุลกากรแม่สอด จังหวัดตาก เปิดประมูลขายทอดตลาดมาแล้ว ประมาณ 8 ครั้ง โดยกำหนดเงื่อนไขไว้ว่า ผู้ประมูลซื้อรถยนต์ของกลางทั้งหมดภายในคราวเดียวกัน และต้องส่งออกรถยนต์ของกลางที่ประมูลไปยังประเทศพม่า ไม่อนุญาตให้นำรถยนต์ของกลางมาใช้ในประเทศไทยได้
เหตุเพลิงไหม้รถยนต์ของกลางดังกล่าว เบื้องต้นสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ไว้ 3 ประเด็น
เกิดจากสะเก็ดไฟที่ปลิวมาจากไฟป่าข้างเคียง
เกิดจากการวางเพลิงเผาทรัพย์ เพราะตรวจพบถังน้ำมันขนาด 20 ลิตร ตกอยู่บริเวณที่เกิดเหตุ และมีประเด็นการขัดแย้งหลายประเด็น อาทิ เช่น กระประมูลงานด้านรักษาความปลอดภัยฯ รายใหม่ และเกิดจากการสันดาปภายในอุปกรณ์รถยนต์ที่จอดตากแดดในที่โล่งไว้นานขณะนี้ สถานีตำรวจภูธรแม่สอด จังหวัดตาก อยู่ระหว่างการการรวบรวมพยานหลักฐาน ศพฐ.ภาค 6 มาร่วมพิสูจน์ในวันที่ 20 มีนาคม 2568 เพิ่มเติม ผลการสืบสวนสอบสวนเป็นประการใด จะรายงานเพิ่มเติมเพื่อโปรดทราบต่อไป
ชุด จราจร สภ.แม่สอดได้รับแจ้งเหตุ 191 รถยนต์แบตหมด ผ่านศูนย์วิทยุสื่อสาร สภ.แม่สอด
policeuseradmin ข่าวประชาสัมพันธ์, งานจราจร มีค68
วันนี้( 6 มี.ค. 68 ) เวลา 08.27 น. บริเวณที่เกิดเหตุ ตลาดพาเจริญ
ชุด จราจร สภ.แม่สอดได้รับแจ้งเหตุ 191 รถยนต์แบตหมด ผ่านศูนย์วิทยุสื่อสาร สภ.แม่สอด จึงได้ออกไปตรวจสอบ
ผลการตรวจสอบ พบรถยนต์เก๋ง toyota vios หมายเลขทะเบียน กต 4045 แพร่ จอดแบตหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ได้แจ้งกู้ภัยมาพ่วงแบต เพื่อให้สามารถเดินทางไปต่อได้






































































































